Archive | December, 2009

Tags: , ,

AVATAR

Posted on 26 December 2009 by เต้

AVATAR

ไม่ผิดหวังเลยครับกับการกลับมาของเค้า JAME CAMERON ภายใต้การกํากับภาพยนต์ที่ผมรอมานานพอสมควร AVATAR หรือ อวตาร หนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในปีนี้ของผม

เล่าเรื่องของมนุษย์ในอีกราวราว 125 ปีในอนาคตที่ค้นพบดาวเล็กเล็กดวงหนึ่งชื่อ PANDORA ซึ่งมีแร่ธาตุ UNOBTANIUM ซึ่งเป็นตัวนํากระแสไฟฟ้าอันยอดเยี่ยมและมีมูลค่ามหาศาล ด้วยการบุกรุกเพื่อแสวงหาผลประโยชน์อย่างเห็นแก่ตัว ทําให้ชาว นาวี หรืออีกชื่อของสิ่งมีชีวิตท้องถิ่นตัวสีนั้าเงินร่างสูงใหญ่ต้องออกมาปกป้องดาวของพวกตน ตัวหนังสําหรับผมแล้ว สามารถเดาเนื้อเรื่องได้หลายช่วงหลายตอน ในบางช่วงทําให้คิดถึงหนังที่ชอบอยู่หลายเรื่อง หนังทัาออกมาดูง่ายไม่มีอะไรซับซ้อนมากมาย อยากให้คิดเสียว่าแค่ได้ดูCGอย่างเดียวก็ถือว่าคุ้มเกินคุ้ม เห้นว่า60เปอร์เซนต์ในหนังเป็นCGทั้งหมดเลยทีเดียว ไม่ใช่แค่ราคาคุยเลยครับถือว่าผู้กํากับเอาอยุ่ทุกองค์ประกอบ โดยเฉพาะการแสดงอารมณ์ของตัวละครCG หากเคยดูตัวละครCGจากหนังเรื่องอื่นที่เคยเห็น ขอบอกให้ลืมไปเลยครับเพราะเค้ายกมากันเป็นโขยงไล่ตั้งแต่ สัตว์ ต้นไม้ และโดยเฉพาะชาว นาวี รายละเอียดถือว่าสุดยอดครับ ยิ่งถ้ามีโอกาสได้ดูในเวอร์ชั่น IMAX ด้วยแล้ว
แนะนําว่าไม่ต้องสนใจกับซับมากนัก เพราะในหนังมีอะไรหลายอย่างที่เราไม่ควรพลาดเลย อาธิเช่น หุบเขาที่ล่องลอยอย่างเป็นอิสระอยู่บนฟ้า หรือป่าดาว PANDORA ในยามคํ่าคืน ที่ปล่อยมาให้เห็นเกือบตลอดทั้งเรื่อง ด้วยอารมณ์ของหนังแล้วทําให้ผมลืมตัวว่ามีผิวสีนํ้าเงินอยู่หลายครั้ง และแอบเอาใจช่วยชาวนาวีอยู่หลายหน ซึ่งถ้าจะให้เจาะลึกถึงเรื่องราวมากไปกว่านี้ ก็จะเป็นการไม่เคารพแก่ผู้ที่ยังไม่ได้ชม เอาเป็นว่าไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งครับ บางครั้งการที่ฟังอะไรเกี่ยวกับหนังมากเกินไป ก็อย่าเอามามีส่วนในการตัดสินใจมากนัก แค่ถ้าอยากดูก็ดูมันอย่างมีความสุขเถอะครับ ไม่มีอะไรดีเท่ากับประสบการ์ณตรงของคุณหรอกครับ ขอบอก

เกร็ดหนัง
-ในการถ่ายทําหนัง AVATAR นั้นผู้กํากับถึงขนาดออกแบบกล้อง3มิติชนิดใหม่ที่เรียกว่า STEREOSCOPIC CAMERA ขึ้นมา ที่เปรียบเสมือนการดึงผู้ชมเข้าไปอยู่ในหนัง มากกว่าทําให้หนังทะลุออกมาหาคนดู
-ภาษาที่ชาวนาวีใช้นั้นได้คิดขึ้นมาตามหลักภาษาศาสตร์
-AVATAR ใช้เวลาในขั้นตอนการสร้างยาวนานถึง 4 ปีด้วยการค้นหาวิธีการสร้างภาพลํ้าจินตนาการ
-บทหนังเรื่องนี้ได้ถูกเขียนหรือแต่งขึ้นมากว่า 10 ปีแล้ว แต่เนื่องจากเทคนิคทางภาพที่ยังไม่อํานวยจึงทําให้โปรเจคต์นี้พักไว้กลางคันจนเกือบจะทําออกมาเป็น ANIMATION แล้ว

ดูมาเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2009 IMAX PARAGON

Comments (1)

Tags: , , ,

ONITSUKA TIGER น้องเสื้อตัวน้อย

Posted on 11 December 2009 by เต้

main_tokidoki2

เสียงลือ เสียงเล่าอ้าง ที่ได้ยินผ่านหูเกี่ยวกับ ONITSUKA TIGER สำหรับผมเพิ่งมีมาไม่นานนี้ ก็จากเพื่อนร่วมงานนี้แหละครับ
ติดตามหาความรู้เรื่อยมา รองเท้าอะไร สีเยอะ ชิหาย ใครจะจำแบบไหวเนี๊ยะ พอดูเยอะๆ ก็ค่อยๆ ตกหลุมรัก น้อง ONITSUKA TIGER
จนกระทั้งเมื่อต้นปี 2009 ได้มีโอกาสไปฮ่อง Hongkong และรู้ว่าที่ ฮ่องกง Hongkong มี shop ของ ONITSUKA TIGER อยู่ซะด้วย ตอนนั่นในประเทศไทยยังไม่มี Shop ONITSUKA TIGER เปิดอย่างเป็นทางการ เลยตื่นเต้นซักหน่อย

DSC06708ONITSUKA TIGERONITSUKA TIGER

วันแรกๆ ของการเดินทางไปฮ่องกง Hongkong ก็ตรงดิ่งไปยังร้าน ONITSUKA TIGER ที่ห้าง element ของฮ่อง Hongkong กันเลยทีเดียว ไปตอนร้านมันยังไม่เปิดเลยครับ พอร้านเปิดก็เข้าไปยล ความงามให้ทันที รองเท้า หลายรุ่น มากมาย หลากหลาก มองจนมึน จนไปสะดุดตากับน้อง Tokidoki น้องเสือสุดน่ารัก กับราคา 1200 เหรียญฮ่องกง เอาว่ะ ไหนๆ ก็มาแล้วซื้อก็ได้ และแล้วแม่ของหัวเหม่งก็ถามว่าได้คู่ที่ชอบหรือยัง จะได้ไปจ่ายตังค์ แม่เจ้า!! แม่หัวเหม่งจะซื้อให้หรือนี่ น้ำตาแทบไหล ตกลงเลยได้กันคนละคู่ ของเหม่งคู่ละ 800 เหรียญฮ่องกง พนักงานจัดการใส่ถุงเสือพี่ใหญ่สีดำ ลายทองโดยทันที เป็นการไป Shop ONITSUKA TIGER ที่ประทับใจมาก

ONITSUKA TIGEROnitsuka Tiger

แต่ก่อนออกจากร้านก็สอยเสื้อ ONITSUKA TIGER มาให้ตัวเองกับเพื่อนที่ Office อีกสองคน เอาเป็นว่าหมดเนื้อหมดตัวกันเลยทีเดียว
ตอนนี้เมืองไทยมี Shop ONITSUKA TIGER ที่เซ็นทรัลชิดลม เซ็นทรัลบางนา zen สยามพารากอน ใครชอบใครรักก็ตามกันไปชื่นชมกันได้เลยนะครับ

ประวัติ ONITSUKA TIGER คร่าวๆ
รองเท้า ONITSUKA TIGER เป็นรองเท้าที่เริ่มผลิต และขายในประเทศญี่ปุ่น ในชื่อ Onitsuka Co. Ltd. โดย Mr. Kihachiro Onitsuka  เมื่อปี ค.ศ. 1949  จุดประสงค์เพื่อทำให้เด็ก และวัยรุ่น หันมาเล่นกีฬา ด้วยวิธีการผลิตที่มีเทคนิคพิเศษโดยเฉพาะ
จากการรักษา แผลในใจของชาวญี่ปุ่นหลังสงครามโลก และความนิยมให้ทุกๆ คน หันมาเล่นกีฬา รองเท้า Onitsuka Tiger จึงได้ผลิตรองเท้า Basketball ขึ้นเป็นรายแรก โดยใส่รูป “หน้าเสือ” จนกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของรองเท้า ONITSUKA จนถึงทุกวันนี้

ค.ศ. 1960 รองเท้ากีฬา ONITSUKA TIGER ได้กลายเป็นที่นิยมของนักกีฬาในต่างประเทศ

ค.ศ. 1977 Mr. Kihachiro Onitsuka ได้มีการตั้งบริษัทใหม่โดยใช้ชื่อว่า “ASICS” โดยได้รับความนิยมจากชาวลาติน จากสโลแกนที่ว่า “Anima Sana In Corpore Sano” แปลเป็นอังกฤษว่า “A Sound Mind in a Sound Body”, ASICS ได้กลายเป็นแบรนด์รองเท้าที่เน้นไปทางด้านสุขภาพ และการใช้ชีวิตให้มีความสุขและจากนั้น ASICS ได้ถูกนำเข้าไปขายในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเทคนิคการผลิตที่พิเศษ และประวัติความเป็นมาต่างๆ ที่ได้ถูกเล่าขานมาจนถึงทุกวันนี้

Comments (5)

Tags: , ,

Symphony of Lights-Hong Kong

Posted on 10 December 2009 by เต้

“A Symphony of Lights ซิมโฟนี ออฟ ไลท์ “

Comments (0)

Tags: , , , , , ,

Shek O – HongKong ฮ่องกง

Posted on 10 December 2009 by เต้

Shek O – HongKong

 

DSCF0436DSCF0440

DSCF0429DSCF0432DSCF0441

ไปอยู่ฮ่องกง HongKong ก็หลายวันแล้ว เดินกินไส้ กินเต้าหู้เหม็น เดินดูเสื้อผ้า น้ำหอม ขนม นม เนย จนเบื่อหน่าย เลยถามเพื่อนร่วมทางที่มาด้วยในฐานะที่อยู่ฮ่องกง HongKong มาก็หลายปี มีที่เที่ยวแนะนำ unseen บ้างไหม นอกจากเกาะ Cheung Chau ที่ไปมาแล้วในวันแรกๆ ของการเดินทาง เราอยากไปสัมผัสธรรมชาติที่แฝงเร้นของฮ่องกง อีกซักแห่ง คำตอบที่ได้รับบอกว่า “ไม่มี ไม่เคยไปไหนเลย” เวงกำ T T ได้คำแนะนำจากแม่ที่อยู่ฮ่องกง HongKong มาเป็นเวลาช้านาน แม่คงได้ยินตอนเราปรึกษากันเลยตะโกนออกมาบอกว่า “ไปเที่ยว Shek O กันซิที่นั่นสวยนะ”
ในหนังสือแนะนำท่องเที่ยวฮ่องกง HongKong ที่นำมาด้วยก็ให้ข้อมูลอะไรไม่มากมายเท่าไหร่ รู้ว่าเป็นแหล่งพักผ่อนของชาวฮ่องกงเพราะทะเลสวยและที่สำคัญเป็นเส้นทางเดินเขาที่สวยที่สุดในเอเชียตามการ vote ที่ชื่อว่า Dragon’s Back เชียวนะ น่าสนๆๆๆ
Shek O เป็นอะไรที่ไม่ค่อยมีข้อมูลที่เป็นภาษาไทยซักเท่าไหร่เลย (หลังจากกลับมาก็สืบค้นเกี่ยวกับ Dragon’s Back ต่อ) สงสัยคนไทยไม่ค่อยไปกันเลย เป็นอะไรที่ไม่ได้วางแผนล่วงหน้ามาก่อน “เอาว่ะ ไปก็ไป กลัวอะไร ฮ่องกง HongKong เล็กนิดเดียว ไม่หลงง่ายๆ หรอกน่า” ในใจคิดไว้ว่างั้น

DSCF0428HongKong  ฮ่องกง
HongKong  ฮ่องกงHongKong  ฮ่องกงHongKong  ฮ่องกง

ตื่นแต่เช้าออกเดินทางโดย MTR ไปยังสถานนี Sha Kei Wan ออกประตูไหนไม่รู้ จำไม่ได้เดินตามป้ายที่บอกว่า Bus to Shoek O ยังไงไม่มีหลง หนังสือบอกว่าให้ขึ้นรถบัสสาย 9 ดูป้ายอย่างรวดเร็วแล้วก็เจอ เราพากันไปนั่งชั้นสองด้านหน้าสุดทันที

HongKong  ฮ่องกงHongKong  ฮ่องกงHongKong  ฮ่องกงShek O HongKong  ฮ่องกง

ทางที่นำไปยัง Shek O เป็นอะไรที่สวยงามมาก ถนนตัดไปตามภูเขา สูงไม่ใช่น้อยๆ ตกไปก้อ บ๊ายบ่าย กันเลยทีเดียว ยอมรับว่าคนขับรถเก่งมาก นั่งเกร็งกันสองคนอยู่หน้ารถประหนึ่งว่าเรากำลังขับรถเอง ถนนเล็กมากครับข้างทางมีแต่ต้นไม้เขียวชะอุ่มเยอะแยะเต็มไปหมด เค้าดูแลดีมากเลยครับเรื่องต้นไม้เนี๊ยะ ไม่มีตัด ไม่มีโค่น เพราะฮ่องกงต้องใช้ต้นไม้ในการเกาะยึดดินตามภูเขา ไม่ให้ถล่มลงมา สังเกตุซิครับภูเขาของฮ่องกงจะมีแต่ต้นไม้ หึหึ ถ้าเป็นเมืองไทยคนคงตัดเอามาใช้กันหมดแล้ว

DSC08741DSC08739DSC08743

นั่งชมวิวเรื่อยๆ ซักครู่ เราก้อตื่นตากับทางที่ลาดลงไปยังชายทะเลที่ Shek O อยู่ไกลลิบๆ สุดสายตา สวยงามมากๆ ครับสุดยอด
เราหาที่ลงเพื่อจะไป Dragon’s Back เส้นทางเดินเขาที่สวยที่สุด แต่เราก็นั่งเลยไปเลยมาจนมาสุดสายที่หมู่บ้าน Shek O T T (มันลงป้ายไหนหว่า)

Shek O HongKong  ฮ่องกงIMG_0819IMG_0820

Shek O เป็นหมู่บ้านเงียบสงบ อาจเป็นเพราะว่าเราไปเช้าในวันธรรมดา เสาร์ อาทิตย์ คนคงเยอะน่าดู มีคนแก่ๆ ออกมากินน้ำชากัน มองไปเห็นร้านอาหารไทยด้วยละครับแม่บอกว่า Shek O คนไทยอยู่เยอะ เหมือนกัน เราเดินไปโดยไม่รู้ทิศ ไม่รู้ทาง เดินมั่วๆ ไปโผ่ลชายหาดของ Shek O น้ำทะเลสีฟ้าคราม ชายหาดสะอาดไม่มีที่ติครับไม่มีคนเลยอะ เห็นมีอาตี๋ มาวิ่งออกกำลังกายอยู่คนเดียวเอง ถ่ายรูปซักพัก เราล้มเลิกการไป Dragon’s Back เพราะหาทางไม่เจอไม่รู้เดินเขาลูกไหน กลัวเหนื่อยกลางทางด้วยและไม่มีข้อมูลมาก่อน หาเหตุผลต่างๆ นานา เพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกผิดที่หาทาง Dragon’s Back ไม่เจอ ตกลงกันว่าขอเดินชมหมู่บ้าน Shek O แล้วกันตอนรถขับเข้า Shek O เราเห็นภูเขายื่นไปในทะเลเป็นแหล่ม เห็นมีศาลาทรงจีนอยู่ข้างบนด้วย ตอนแรกเราคิดว่าเป็น Dragon’s Back แต่ทำไมหลังมังกรมันสั้น นิดเดียวหว่า

DSC08744Shek O HongKong  ฮ่องกงHongKong  ฮ่องกง

เอ๊า ไปตรงเขาตรงนั่นก็แล้วกัน เดินไม่เหนื่อยดี ตามทางมีราวเหล็กกั้นตลอดพร้อมกับทางเดินที่ทำด้วยปูนซีเมนท์เป็นขั้นบรรไดทำให้เราเดินอย่างง่ายดาย สิ่งพวกนี้ทำให้เราใจชื้นว่าถ้าเค้าแบกของพวกนี้มาทำบนนี้ได้เราตัวเปล่าๆ ก็น่าจะเดินได้สบายๆ เราเดินตามทางขึ้นเขาไปเรื่อยๆ แวะถ่ายรูปเรื่อยเปื่อย จนถึงข้างบน หายเหนื่อยเลยครับ ลมเย็นๆ วิว สวยๆ เห็นวิวฝั่งเกาลูนด้วยครับ
นั่งซักพักก้อกลับลงมาเพื่อขึ้นรถกลับบ้านพร้อมความประทับใจ อยากแนะนำเพื่อนๆ ถ้าลุยๆ มีเวลาว่างๆ อยากให้ลองมาที่ Shek O ดูซักหน่อย เป็นอีกมุมที่ทำให้ผมมองฮ่องกงต่างไปจากที่เคยรู้จักครับ

 Shek O HongKong  ฮ่องกงShek O HongKong  ฮ่องกง

 
คราวหน้าถ้าได้ไป Dragon’s Back จริงๆ จะมาเล่าให้ฟังอีกนะครับ ไว้ปีหน้าหาตั๋วโปรดีๆ ได้คงได้ไปอีกที

Comments (0)

Advertise Here

Photos from our Flickr stream

See all photos

Advertise Here