Archive | January, 2011

รีวิว Dragon’s back ไปเดินบนหลังมังกรกัน The Best Trail in Asia

Posted on 17 January 2011 by เต้

หลังจากได้รับรู้เรื่องของ Dragon’s back จากหนังสือแนะนำที่เที่ยวของฮ่องกงซึ่งมีไม่กี่บรรทัด ได้เห็นว่ามีชื่อนี้ของ Dragon’s back อยู่ด้วยแล้วภาพมันก็สวยประทับใจผมมากเลยตั้งใจว่าจะไปให้ได้
การไปฮ่องกงครั้งที่สามเลยไป Shek O หวังว่าจะได้ขึ้น Dragon’s back ให้สมใจแต่ดันไปลงผิดป้ายเลยไปเที่ยว Shek o แทนซะอย่างนั้น ตามที่ได้รีวิวไปแล้ว

เอาละกลับมาเมืองไทยหาข้อมูลใหม่ แล้วตั้งใจจะไปเดินกันให้ได้
วันแรกเราก็ไปลันลากันที่ Dragon’s back เลย
เริ่มต้นการเดินทางด้วยรถไฟสายสีฟ้า (Island Line) ลงที่สถานนี Sha Kei Wan (ซา เก๊ วั้น) ออกประตู A3 เดินหารถเมล์สาย 9 มันจะอยู่ริมสุดโน้นเลยครับ


หน้าตารถเป็นแบบนี้ครับ


บรรยากาศข้างในรถ คนไม่เยอะเท่าไหร่ครับ บอกคนขับก็ได้ครับว่าจะไปลงป้าย Dragon’s back



นั่งมาแปปเดียวก็ถึงแล้วครับ Dragon’s back พร้อมที่จะเดินแล้ว ลุย!!!!!!!!


ที่เราจะเดินก็คือเส้นปะสีแดงๆ ครับ อุณหภูมิ ณ วันที่เดินประมาณ 11 องศาครับ หนาวอยู่เหมือนกันแต่เวลาเราเดินออกแรงแล้วผมว่ากำลังพอดีๆ เลยละ :P :P :P


เดินมาเรื่อยๆ ก็จะเห็นป้ายที่ทำให้เรามั่นใจว่าเรามาถูกทางแล้ว


มองขึ้นไปทางขึ้นทำให้ผมหวั่นประวิงไปเล็กน้อย กลัวต่างๆ นานา กลัวเมื่อย กลัวเปลี่ยนใจกลางทาง คิดโน้นนี่ มันจะเปลี่ยวไหม ถ้าเราตกเขาละจะมีใครรู้ได้ยังไง

เอาละไหนๆ มาแล้วเดินต่อดีกว่า

ทางเดินช่วงแรกมันจะเลาะริมเขาเป็นป่าไม้ไปเรื่อยๆ ร่มรื่นไม่ร้อนครับ


เบื่อวิวป่าก็แอบมองไปอีกทางก็เห็นความเจริญแล้วครับ



ข้างทางก็เป็นผลหมากรากไม้ ส้มบ้างอะไรบ้าง

หลังจากที่เดินไปซักพัก ก็ได้ยินคนเดินมาตามเรื่อยๆ แล้วมีคนวิ่งสวนออกกำลังกายผ่านมาเป็นระยะๆ ไม่เหงาครับ แถมเห็นคนแก่ และน้องชิวาว่า ทำให้เราคิดว่า โห แสดงว่ามันไม่น่ากลัวอย่างที่เราคิดเลย หมาและคนแก่ยังเดินได้เลย
เราเลยไม่มีใครกล้าบ่นกันอีกเลย เดินชมธรรมชาติกันไปเรื่อยๆ


ไม่ต้องกลัวหลง มีป้ายเป็นระยะๆ ครับ


[img]http://farm6.static.flickr.com/5287/5338564253_a2b96e045f.jpg[/img]
เพื่อนร่วมทางกับหมาตัวน้อย เห็นไหมครับที่เป็นก้อนกลมๆ สีน้ำตาล นั่นคือน้องหมาครับ


เช็คก่อนเดินถึงไหนแล้ว


แล้วเราก็มาถึงทางแยกที่จะขึ้นไป Dragon’s back


เงยหน้าขึ้นไป โอวววว นั่นไงหลังมังกร

ที่ต้องทำทางสู้ตายแบบนั้นเพราะจะแอ๊บเนียนถ่ายรูปเพราะลมแรงมากๆ กลัวหมวกปลิวตกเข้าครับ

[img]http://farm6.static.flickr.com/5042/5338581845_fec9a27003.jpg[/img]

[img]http://farm6.static.flickr.com/5121/5338587895_15ef5155dd.jpg[/img]
เดินต่อกันครับ

เจอหมาอีกแล้วอ่าาา
[img]http://farm6.static.flickr.com/5289/5338589557_0ffcd645e8.jpg[/img]

[img]http://farm6.static.flickr.com/5249/5339201506_6e56f68fc6.jpg[/img]
จับหมวกไว้ๆ คราวที่ก่อนก็ลืมไว้บอกรถรางไป the peak

ในที่สุดก็ถึงซักที ขอบอกว่าลมแรงมาก จะพัดปลิวครับ แต่ทำน้ำหนักมาดีเลยต้านทานไหว 55555
[img]http://farm6.static.flickr.com/5282/5339205526_4dbc3d544d_z.jpg[/img]

ความภาคภูมิใจครั้งนึงในชีวิต อย่างน้อยก็ไม่แพ้น้องชิวาว่าตัวนั้น
[img]http://farm6.static.flickr.com/5289/5338611949_7035f8aeba_z.jpg[/img]

ใครว่าหลังมังกรมันจะสั้นๆ ไปกันต่อเลยครับ T-T
[img]http://farm6.static.flickr.com/5210/5338621269_0ab09d5345_z.jpg[/img]

เอา Panorama มาฝากซักหน่อย
[img]http://farm6.static.flickr.com/5044/5338621889_561083df74_b.jpg[/img]
[img]http://farm6.static.flickr.com/5165/5338646837_74cdf66829_b.jpg[/img]

[img]http://farm6.static.flickr.com/5041/5338632029_318e00e4f3_z.jpg[/img]
มองดูหมู่บ้าน shek o ที่ไปมาเมื่อครั้งที่แล้ว

[img]http://farm6.static.flickr.com/5090/5339257064_97f31060cc_z.jpg[/img]
พาน้องน้องเสือมาปีนหลังมังกร

[img]http://farm6.static.flickr.com/5162/5339257520_01abebc2c0.jpg[/img]

เราลงจะหลังมังกรกันดีกว่าครับ เดินมาก็จะเจอป้ายเราจะเดินลงไปที่ ถนนเพื่อขึ้นรถเมล์กลับ
[img]http://farm6.static.flickr.com/5166/5339259306_3e4e4eb514_z.jpg[/img]

เติมพลังงานน้ำตาล ผลจากการดูสุสานหิ่งห้อยก่อนมาฮ่องกง
[img]http://farm6.static.flickr.com/5289/5338647863_2234718c35_z.jpg[/img]

[img]http://farm6.static.flickr.com/5247/5338648667_dcec3bbf05_z.jpg[/img]

[img]http://farm6.static.flickr.com/5130/5338650635_b8c258bbab_z.jpg[/img]

ถือ iPhone ตลอดเวลา เพราะ update Facebook ตลอดเวลาไงครับ 5555

กลับลงมากก็จะพบกับป้ายรถเมล์ครับเดินไปปฝั่งตรงข้ามเพื่อกลับเข้าเมือง การเดินทางครั้งนี้ประทับใจมากสมการรอคอยเพราะอากาศดี วิวสวย คนร่วมทางไปด้วยก็สนุก
ยังไงใครเบื่อ shopping มีเวลาเหลือๆ ก็มาเดินเล่นกันได้ครับจาก สถานนีรถไฟนั่งรถ 15 นาทีก็ได้เดินหลังมังกรกันแล้ว

ทั้งหมดผมใช้เวลาเดินประมาณ 2 -3 ชม. เสียเวลาถ่ายรูปเยอะครับ เพราะวิวสวย มีอะไรสงสัยก็สอบถามกันได้นะครับ อยากให้ไปสัมผัสด้านดีๆ อีกมุมของฮ่องกง
ใครอยากดูรูปเพิ่มเติม ไปได้ที่ http://www.flickr.com/photos/tepuluko/sets/72157625767467614/

ขอบคุณครับ

Comments (2)

Review A380 Emirate Bangkok to HongKong

Posted on 06 January 2011 by เต้

และแล้วก็ถึงเวลาได้นั่งเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือเจ้าปลาวาฬ เครื่องบิน แอร์บัส A380 ซักที
ถือโอกาสมารีวิว แบบ eco ให้ได้ติดตามชม เพื่อเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย

หาประวัติความเป็นมาของเจ้าเครื่องนี้มาให้อ่านกันครับ
เครื่องบิน แอร์บัส A380 เป็นเครื่องบินห้องโดยสารสองชั้นขนาดใหญ่ ผลิตโดยแอร์บัสแอสอาแอส เครื่องบินสี่เครื่องยนต์ลำนี้สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 800 คน หรือ 500 คนถ้าวางที่นั่งแบบ 3 ชั้นผู้โดยสารตามเครื่องบินพาณิชย์ปกติ เครื่องบินรุ่นนี้ได้ผ่านกำหนดการทดสอบการบินเที่ยวแรกในวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2548 โดยบินขึ้นจากเมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศส และได้ส่งมอบให้สิงคโปร์แอร์ไลน์เป็นสายการบินแรกเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2550

วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2549 เครื่องบินแอร์บัส เอ 380 ลำทดสอบหมายเลข F-WXXL เที่ยวบินที่ AIB 002 มีกำหนดมาบินทดสอบที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นครั้งแรก ลงจอดเวลาประมาณ 13:00 น. และเดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิในวันที่ 7 ธันวาคม เวลาประมาณ 12:00 น

วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2550 เครื่องบินแอร์บัส เอ 380 เที่ยวบินพิเศษ AIB-701 เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ-ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ พร้อมด้วยผู้โดยสารประกอบด้วยสื่อมวลชนและแขกรับเชิญ เพื่อเป็นการสาธิตการบินในทวีปเอเชียและประเทศไทย เกิดอุบัติเหตุขณะใช้รถลากจูงออกจากอาคารจอดเครื่องบิน ปลายปีกไปเฉี่ยวกับประตูโรงจอดเสียหายเล็กน้อย บริเวณใบส่งตัวรับลมปลายปีก หรือ วิงเล็ต วิศวกรตรวจสอบแล้วเห็นว่าอาจทำให้อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงขึ้น แต่ไม่มีผลต่อความปลอดภัยระหว่างการบิน จึงถอดชิ้นส่วนนั้นออก และทำการบินไปจังหวัดเชียงใหม่ตามปกติ

ก่อนที่เราจะมานั่งเจ้าปลาวาฬ A380 กันเราก็ต้องมาสนามบินสุวรรณภูมิความภูมิใจของคนไทยทั้งชาติกันก่อน

มาแต่เช้าคนยังเงียบๆ อยู่เลยครับ ถึงเวลาเครื่องจะออกคนเต็มลำครับ


หันไปมองงวงช้างที่จะเทียบท่า ที่เดินเข้าไปในเครื่อง A380 มี 2 ช่อง เป็นชั้นบนเป็น FC กับ BC และชั้นล่างเป็น Eco


แอบดู App ให้ iPhhone4 ที่โหลดมา เพื่อดูและติดตามเครื่องบิน ตอนนี้เครื่องบินมาถึงพม่าแล้วครับ


A380 ที่บินจากดูไปบินมารับเพื่อไปฮ่องกงแล้ว ใหญ่โตดีจริงๆ ครับ


และแล้วก็มาเทียบท่า เนื่องจากเครื่องบินใหญ่มากการขึ้นเครื่องเค้าจะให้ขึ้นเป็น Zone ไป คนที่ได้นั่งหลังเครื่องจะได้ขึ้นก่อน ผมเลือกนั่งหลังเพราะจะได้เห็นปีกใหญ่ๆ (Frist Class กับ Biz ได้ขึ้นก่อนด้วยครับ) ส่วนใครอยากจะเห็นวิวก็ให้เลือกที่นั่งหัวกับท้ายนะครับ เพราะกลางๆ จะเห็นแต่ปีกของเครื่องA380 ขอบอกว่าเป็นเครื่องที่บินใหญ่มากๆ



ถ่ายมุมบังคับมาให้ครับ เห็นใครๆ เค้าก็ถ่ายกันเวลารีวิว

เดินมาในเครื่อง มานั่งที่ของเรา จะเห็นอะไรบ้าง
เริ่มจาก ทีวีจอใหญ่มาก ครบครันทั้งเกม ทีวิี หนังชนโรง ให้เราได้เลือกชมกัน


ชอบมุมนี้ที่สุด ผมว่ามันแจ่มดี

ด้านข้างเอาหัวโผล่ไปทักทายเบาะข้างหน้าได้สบายครับ

ช่องระหว่างเบาะไม่มีปัญหาสำหรับผม เข่าคนข้างๆ สูง 183 ซม. ก็พอดีๆ นั่งสบายมากครับ

ชอบมากเมื่อ iPhone อ่อนแรง ก็สามารถชาร์จไฟได้ครับ

มองออกไปนอกหน้าต่าง

อาหารอร่อยครับ เอ๊!! หรือเราหิวหว่า

มีข้อมูลการบินแบบละเอียดให้เราได้รู้ บอกพิกัด ความสูง ความเร็ว เวลาที่เหลือเหมือนนับถอยหลังว่าเราจะถึงจุดหมายปลายทางเมื่อไหร่


มีหนังชนโรงด้วย เยี่ยมจริงๆ บางเรื่องเมืองไทยยังไม่เข้าเลย บนเครื่อง EK A380 ได้ดูแล้ว

มาดูห้องน้ำกันบ้างดีกว่า

มีไฟบอกสถานะว่าห้องไหนว่างบ้าง จะได้ไม่ต้องไปยืนรอหน้าห้องน้ำครับ


อ่างล้างมือ


มีเลือกน้ำร้อนน้ำเย็นได้อีกด้วย


มีน้ำหอมไว้พรม และครีมทามือ มันคือโรงแรมลอยไฟจริงๆ


สำหรับคุณแม่ใครมาเปลี่ยนผ้าอ้อมก็สะดวกครับ พร้อมทุกอย่าง

สมกับการรอคอยที่ได้ไปนั่งเจ้าวาฬ A380 ครับ

Emirates เปลี่ยนมาใช้ A380 BKK-HKG-BKK มาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2010 แล้วครับ สำหรับไทยเป็นที่แวะกลางทางเพราะเค้าบินมาจากดูไบอีกที
ใครจะไปฮ่องกงกับสายการบิน emirate ผมว่าคุ้มมากๆ ถ้าอยากจะมาลองนั่ง A380 ลำนี้ ยังไงเช็คก่อนนะครับว่าวันที่เราจะบิน ได้บินกับ A380 หรือเปล่า
เพราะมีบางเที่ยวที่อาจจะใช้เครื่องอื่นบินแทนครับ

ขอให้ทุกคนสนุกกับการเดินทางครับ

Comments (2)

Advertise Here

Photos from our Flickr stream

See all photos

Advertise Here